ข้าวบาร์เลย์ (Barley) เป็นธัญพืชที่ปลูกกันมานานหลายพันปี เมล็ดอวบ เมื่อต้มสุกเนื้อเหนียวนุ่มและมีน้ำต้มข้นหนืดเป็นเอกลักษณ์ ใช้ทำเครื่องดื่ม ซุป และเมนูข้าวได้หลากหลาย บรรจุขนาด 500 กรัม
ประโยชน์และจุดเด่น
- ใยอาหารชนิดละลายน้ำ (เบต้ากลูแคน) ทำให้น้ำต้มข้นและช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น
- เป็นธัญพืชเต็มเมล็ดหรือกึ่งเต็มเมล็ด จึงให้คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ย่อยช้ากว่าข้าวขัดขาว
- มีแร่ธาตุ เช่น แมงกานีส ซีลีเนียม ทองแดง และแมกนีเซียม
- ใช้แทนหรือผสมข้าวหุงเพื่อเพิ่มความหลากหลายของอาหารประจำวัน
ข้อมูลสารอาหารข้างต้นเป็นข้อมูลทั่วไปของวัตถุดิบชนิดนี้ ปริมาณจริงขึ้นกับสินค้าและฉลากโภชนาการ
เคล็ดลับการใช้
- น้ำบาร์เลย์เย็นหอมสะอาด ต้มแล้วกรองเมล็ดนำไปใส่ข้าวต้มต่อได้ ไม่ต้องทิ้ง
- ถ้าต้องการให้เมล็ดนุ่มเร็ว ให้แช่ข้ามคืนก่อนต้ม
ลักษณะสินค้า
- มีใยอาหารชนิดละลายน้ำ (เบต้ากลูแคน) ซึ่งทำให้น้ำต้มบาร์เลย์ข้นและลื่นเป็นธรรมชาติ
- เมล็ดคงรูปหลังต้ม เคี้ยวหนึบ
วิธีเตรียม
- ล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วแช่น้ำ 1–2 ชั่วโมง (ถ้าแช่ข้ามคืนจะต้มสุกเร็วขึ้น)
- ต้มกับน้ำปริมาณประมาณ 3 เท่าของข้าว ใช้เวลาราว 25–30 นาที จนเมล็ดนุ่มแต่ยังหนึบ แล้วรินน้ำส่วนเกินออก (ปรับเวลาตามความนุ่มที่ต้องการ)
- ไม่ควรต้มนานเกินไปเพราะเมล็ดจะเละ
เมนูแนะนำ
- น้ำบาร์เลย์ ต้มเมล็ดกับน้ำ ปรุงรสหวานตามชอบ ดื่มเย็นหรืออุ่น
- ซุปบาร์เลย์กับกระดูกหมูหรือไก่และผักต่างๆ
- ข้าวต้มหรือข้าวหุงผสมบาร์เลย์
- ยำหรือสลัดบาร์เลย์
การเก็บรักษา
เก็บในภาชนะปิดสนิท วางในที่แห้ง เย็น และไม่โดนแสงแดดโดยตรง หลังเปิดถุงควรรีดอากาศ ม้วนปากถุงให้แน่น หรือถ่ายใส่ภาชนะสะอาดที่มีฝาปิด
ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร
บาร์เลย์มีกลูเตน ผู้ที่แพ้กลูเตนหรือเป็นโรคซีลิแอคควรหลีกเลี่ยง
คำถามที่พบบ่อย
ต้องล้างข้าวบาร์เลย์ก่อนต้มหรือไม่
ควรล้างน้ำสะอาดสั้นๆ เพื่อเอาฝุ่นและแป้งผิวออก แล้วแช่ก่อนต้มตามต้องการ
ผู้แพ้กลูเตนรับประทานได้ไหม
ไม่ได้ ข้าวบาร์เลย์มีกลูเตน ผู้ที่แพ้กลูเตนหรือเป็นโรคซีลิแอคควรหลีกเลี่ยง
ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับสินค้า ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือแพ้อาหารควรปรึกษาแพทย์ก่อนบริโภค











รีวิว
ยังไม่มีบทวิจารณ์